เอม-วิทวัส & เจมส์-ภูริพรรธน์  กรี๊ดสุดเสียงไม่ไหวแล้วค่ะแม่?  สองคู่หูสุดป่วนที่พกพาความฮาเน้นๆ แบบอันลิมิตในภาพยนตร์ “พี่นาค3”

เอม-วิทวัส & เจมส์-ภูริพรรธน์ กรี๊ดสุดเสียงไม่ไหวแล้วค่ะแม่? สองคู่หูสุดป่วนที่พกพาความฮาเน้นๆ แบบอันลิมิตในภาพยนตร์ “พี่นาค3”

เอม-วิทวัส  รัตนบุญบารมี และ เจมส์-ภูริพรรธน์  เวชวงศาเตชาวัชร์  คู่นี้เจอกันที่ไรเป็นฮาแน่นทุกซีนจริงๆ ขยันปล่อยมุขกันดุเด็ดเผ็ดมันส์กันแบบอันลิมิตจริงๆ ถึงกับเอ่ยปากว่า พี่นาค3 ภาคนี้แอดเวนเจอร์สุดขีดความสนุกไม่ต้องพูดถึงมันส์หยด  ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดย ไมค์-ภณธฤต  โชติกฤษฎาโสภณ ที่นอกเหนือจาก เอม-วิทวัส, เจมส์-ภูริพรรธน์ แล้วยังได้แท็คทีมเอาเหล่านักแสดงมาร่วมผนึกกำลังความฮา อาทิ มีน-พีรวิชญ์  อรรถชิตสถาพร, ปอนด์-คุณพัทธ์  พิเชษฐ์วรวุฒิ, ต้า-อธิวัตน์  แสงเทียน, แชมป์-ชนาธิป  โพธิ์ทองคำ, คิวเท  ซิม, ตูน-อติรุจ  แสงเทียน, เทมโป-กัณฐพัทธ์  กิติชัยวรางค์กูร, มาดามฟันนี่-ฐิติพันธ์  รักษาสัตย์ และ ลีโอ  พุฒ   โดยสองเพื่อนซี้เล่าให้ฟังถึงความฮาในภาคนี้ว่า…

 

เอม-วิทวัส  รัตนบุญบารมี  รับบท  บอลลูน เล่าให้ฟังถึง พี่นาค3 ว่า…

                   “…พี่นาค3 ภาคนี้ในเรื่องของความปังคือแบบปังมากคะแม่เรียกได้ว่า โหด มันส์ ฮา แบบสุดๆ ในเรื่องเอมรับบทเป็นบอลลูนกะเทยสาว ที่ได้มีโอกาสไปเป็นผู้จัดการไอดอลฝึกหัดของคุณโทที่เกาหลี และได้หยุดพักผ่อนหลังจบทัวร์คอนเสิร์ตที่แสนทรหด   จึงพากันมางานบวชของอ๊อดที่วัด ทำให้นิสัยที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ของบอลลูนเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่ดูแลคนอื่นมากขึ้นเรียกว่าภาคนี้บอลลูนโตขึ้นและยังมีคู่หูคนเดิมคือ เฟิร์ส(รับบทโดย เจมส์) เราทั้งคู่ฝ่าฟันกันมาทุกเรื่องยิ่งเรื่องผู้ชายนี่ยอมกันไม่ได้จริงๆคะ  ส่วนเรื่องสถานที่ที่ไปถ่ายทำก็สวยงามขั้นเทพมากๆ ยอมใจผู้กำกับจริงๆ เลือกแต่ละที่ล้วนเป็นสถานที่อันซีนของประเทศทั้งนั้น การเดินทางไปไม่ต้องพูดถึงเลยลำบากมาก แต่พอไปถึงโลเคชั่นมันกลับเซอร์ไพรส์ที่สุด  อย่างถ้ำนาคาเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมากคะ  เอมไม่คิดว่าตัวเองจะเดินขึ้นไปถึงได้พอถึงแล้วอิ่มใจที่สุด  ทีมเราน่าจะเป็นหนังเรื่องแรกๆที่ขึ้นมาถ่ายทำที่ถ้ำนาคา เราถ่ายทำกันทั้งกลางวัน-กลางคืนโดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯช่วยดูแล  ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมนี่ก็จัดเต็มกันสุดๆคะเรียกว่ายอมกันไม่ได้ แต่ละซีนที่จะต้องมีการปะทะฝีปากระหว่างบอลลูนกับเฟิร์ส ก็แซ่บแซบเผ็ดร้อนพริกร้อยเม็ดไปเลยคะ…”

เจมส์-ภูริพรรธน์ เวชวงศาเตชาวัชร์ รับบท เฟิร์ส เล่าเสริมต่อว่า…

                   “…ในเรื่องยังคงรับบทเป็นเฟิร์สเพื่อนสาวคนสนิทของบอลลูน      แต่ภาค3นี่จะแซบและฮาหนักมากกว่าเดิม เรื่องปะทะฝีปากและเรื่องแย่งผู้คือยอมกันไม่ได้     แต่ละซีนที่จะต้องมีการเชือดเฉือนระ หว่างบอลลูนไดอะล็อกก็จะยาวมาก แต่พอมันผสมอารมณ์ร่วมเข้าไปด้วยแล้วมันสนุกมากครับ มันทำให้ผมลืมตัวไปเลยว่าความจริงๆเราเป็นกะเทยแล้วใช่มั้ย ทุกอย่างมันอัตโนมัตด่ามาด่ากลับไม่มีโกงนะครับ…”

แชมป์ ชนาธิป พีคขั้นสุดกับบท “นาคคำ” สู่ “พี่นาค3”  ขอวัดรอยเท้ารุ่นพี่…น่ากลัวยันเงา

แชมป์ ชนาธิป พีคขั้นสุดกับบท “นาคคำ” สู่ “พี่นาค3” ขอวัดรอยเท้ารุ่นพี่…น่ากลัวยันเงา

 “พี่นาค3” เป็นภาพยนตร์ที่หินที่สุดตั้งแต่เคยแสดงมาของ  แชมป์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ที่โดดมารับบทนี้ถือว่าไม่ง่ายเลย เพราะตั้งแต่บทบาทของ พี่นาค1(รับบทโดย ชิน ชินวุฒ) และ พี่นาค2(รับบทโดย ธามไท แพลงศิลป์) ผลงานการกำกับของ ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ที่เขียนบทพี่นาคภาคนี้ได้ดุดันสุดๆ  รวมไปถึงคาแรคเตอร์พี่นาคที่วางไว้ถือว่าเข้าขั้นพีค  ซึ่ง แชมป์-ชนาธิป เล่าให้ฟังถึงแรงกดดันที่ได้รับว่า…

                       

 

 

                   “…ใช่ครับผมกดดันมากๆ กดดันมหาศาลเพราะพี่นาคทั้งสองภาคที่ผ่านมาได้นัก แสดงเก่งๆอย่าง พี่ชิน ชินวุฒิ(พี่นาค1), ธามไท(พี่นาค2) ซึ่งทั้งสองคนนี้แสดงไว้ดีมาก ผมรับรู้ได้เลยถึงแรงกดดันและความคาดหวังจากทั้งพี่ไมค์ผู้กำกับและคนดู  และตัวพี่ไมค์เองก็เคี่ยวเข็นมากไม่ยอมให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆถ้าแสดงไม่ถึงอารมณ์ไม่ผ่าน พี่นาค3สำหรับผม ผมว่าคือสุดๆทุกอย่างความเป็นพี่นาคหล่อหลอมให้ผมไม่ใช่ผม ผมรับรู้ถึงความรู้สึกโกรธแค้น เครียดแค้น อาฆาต สิ่งเหล่านี้มันรุมเร้าผมให้รู้สึกได้จริงๆครับ ผมมองหน้าตัวเองในขณะที่มีสเปเชียลเอฟเฟกต์เต็มตัว มันคือร่องรอยความเจ็บปวดที่เผาไหม้ตัวพี่นาค และการแต่งเอฟเฟกต์แต่ละครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง เวลาที่แต่งผมค่อยๆเริ่มอินเข้าไปกับตัวพี่นาคเหมือนถูกดึงเข้าไปในความรู้สึกของเขาจริงๆ  บวกกับชุดของพี่นาค3ในภาคนี้ก็ไม่ธรรมดา  ผมว่ามันน่ากลัวมากนะน่ากลัวยันเงาเลยคือเห็นแค่เงาก็หลอนแล้ว  ทุกซีนที่พี่นาคถ่ายก็จะถ่ายเฉพาะกลางคืนเท่านั้น และทุกที่ๆไปเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเพิ่มความขลังเข้าไปอีก สำหรับผมๆรู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับเลือกให้เล่นบทนี้มันคือหนึ่งบททดสอบของชีวิตการแสดงผมเลยครับ ฝากแฟนๆทุกคนด้วยนะครับพี่นาค3เร็วๆนี้จะได้ชมกันแน่นนอนครับ…”

                   ติดตามความพีคของพลังที่แชมป์ส่งต่อบท พี่นาค3 ว่าจะพีคขนาดไหนได้ในภาพยนตร์ “พี่นาค3” ทุกโรงภาพยนตร์เร็วๆนี้

Song Sae-byeok(ซง แซ-บยอก) สวมบทหัวโจกสุดโหดใส่ไม่ยั่ง ใครขวางทางปืนไล่อัดยับในภาพยนตร์ Special delivery(ส่งด่วน ทะลุนรก)

Song Sae-byeok(ซง แซ-บยอก) สวมบทหัวโจกสุดโหดใส่ไม่ยั่ง ใครขวางทางปืนไล่อัดยับในภาพยนตร์ Special delivery(ส่งด่วน ทะลุนรก)

Special delivery (ส่งด่วน ทะลุนรก) ภาพยนตร์แนว แอ็คชั่น-อาชญากรรม ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Song Sae-byeok(ซงแซ-บยอก) มารับบทเป็น Jo Kyeong Pil(โจ คยอง พิล) ตำรวจนอกรีตที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง  ที่ว่าด้วยเรื่องการไล่ล่าอึนฮา(รับบทโดย พัค โซ-ดัม)  พนักงานขับรถส่งของด่วนพิเศษ ที่บอสส่งให้เธอไปจัดการรับเคสพิเศษสองพ่อลูกที่ต้องการหนีและลี้ภัยออกนอกประเทศ จนทำให้ทั้งคู่ต้องมาห้ำหั่นกันแบบซึ่งๆหน้า โดยได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Park Dae-min(พัค แด-มิน) แถมยังเปิดตัวแรงมากที่ประเทศเกาหลีก็ครองแชมป์อันดับ 1 ไปได้สำเร็จ  กระแสดีบอกต่อและยังได้ถูกคัดเลือกฉายอย่างเป็นทางการในเทศกาลภาพยนตร์ International Film Festival Rotterdam’s Harbor ครั้งที่ 51 ปี 2022  Song Sae-byeok(ซงแซ-บยอก) ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การแสดงหนังเรื่องนี้ว่า…

                   “…ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้ชมทุกๆคนเป็นอย่างมาก ที่ทำให้ Special delivery (สเปเชี่ยล ดีลิเวอรี่) กลายเป็นภาพยนตร์ที่ครองใจแฟนคอหนังแอ็คชั่น ผมขอยกความดีนี้ให้กับผู้กำกับอย่าง พัค แด-มิน ที่เขาทำงานกับหนังเรื่องนี้หนักมากๆ และที่ลืมไม่ได้เลยคือเพื่อนนักแสดงทุกคน หนังเรื่องนี้มันทำให้ผมอยากตื่นมาทำงานทุกวัน เพราะแต่ละวันที่เข้าฉากล้วนมีสิ่งท้าทายที่ทำให้ผมต้องผ่านมันไปให้ได้ ผู้กำกับของเรามักดีไซด์ซีนแอ็คชั่นแต่ละฉากไว้ได้อย่างมหัศจรรย์ และเขายังเคี่ยวเข็ญผมให้กลายเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจและรุนแรงจัดเต็มให้สมกับบทของ Jo Kyeong Pil(โจ คยอง พิล) ตำรวจหัวโจกขาโจ๋ที่ไม่เคยปราณีใคร  ยิ่งถ่ายหนังเรื่องนี้ก็ยิ่งสนุกมากๆการที่ได้ทำอะไรที่มันคนละขั้วกับตัวเองมันนอกจากท้าทายแล้วมันยังอยากเอาชนะอีกด้วย  ผมเลยแสดงแบบปล่อยของเอาให้เลวสุด แต่ตัวละครตัวนี้จะพัฒนาความเลวร้ายไปได้ไกลขนาดไหน ผมอยากให้ทุกๆคนมาชมกันในหนังเรื่องนี้กันเยอะๆนะ มาให้กำลังใจพวกเราด้วยรับรองคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน…”

                   นอกจากนี้แล้ว Special delivery (ส่งด่วน ทะลุนรก) ยังเป็นภาพยนตร์ที่รวบรวมเอาสุดยอดนักแสดงชื่อดังมากฝีมืออย่าง Kim Eui-sung (คิม อึย-ซอง) จาก ภ.TRAIN TO BUSAN, ซีรีส์ Taxi Driver, Jung Hyun Joon(จอง ฮยอน จุน) จากซีรีส์ Voice 4  โดย Special delivery (ส่งด่วน ทะลุนรก) พร้อมเข้าฉายให้ได้ชมกันในวันที่ 27 มกราคม นี้ทุกโรงภาพยนตร์

แชมป์ ชนาธิป ยกนิ้วให้บท “นาคคำ” ใน ภ.พี่นาค3 หนักสุดๆตั้งแต่เคยแสดงมา

แชมป์ ชนาธิป ยกนิ้วให้บท “นาคคำ” ใน ภ.พี่นาค3 หนักสุดๆตั้งแต่เคยแสดงมา

 แชมป์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ถึงจะผ่านงานแสดงมาแล้วหลายเรื่อง แต่สำหรับภาพ ยนตร์เรื่อง “พี่นาค3” ของค่าย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น  แชมป์ถึงกับเอ่ยปากบอกว่างานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ด้วยเพราะผู้กำกับอย่าง ไมค์-ภณธฤต ไปยอมปล่อยง่ายๆเลยสักฉากเรียกได้ว่างานหินขยี้ทุกซีนเน้นทุกอารมณ์ให้ต้องรู้สึกจริง  แชมป์-ชนาธิป เล่าให้ฟังถึงบทบาทนาคคำที่ได้รับว่า…

                    “…ผมรับบทเป็นนาคคำในหนังพี่นาค3ครับ ในบทนี้นาคคำเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทิ้งๆขว้างๆ และเมื่อโตพอจะบวชได้จึงถูกส่งมาบวชพร้อมกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน  เพราะการที่เขาถูกทิ้งทำให้เขามีชีวิตที่โดดเดี่ยวมาตลอดไม่มีที่พึ่งใดๆ ผมว่าเพราะเหตุนี้มันเลยทำให้นาคคำจึงเป็นคนไม่เชื่ออะไรเลยนอกจากตัวเอง เห็นแก่ตัวและทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอดเท่านั้น ปมเหล่านี้มันจึงฝั่งอยู่ในจิตใจของเขามาตลอด  ซึ่งพี่ไมค์ผู้กำกับก็จัดแต่ละซีนให้ผมแบบโหดๆทั้งนั้น ต้องเล่นให้รู้สึกเป็นนาคคำจริงๆให้ได้   ผมถือว่าเป็นงานที่ท้าทายผมมากนะเรียกว่ายากที่สุดตั้งแต่เคยแสดงมาก็ว่าได้  เป็นบทที่ใช้พลังจากทั้งข้างในและข้างนอกท้าทายมาก ผมเลยต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะหา Reference(เรฟเฟอเร้นท์)ค่อนข้างเยอะ หาวิธีการของเสียงพูดเพื่อให้สอดคล้องกับตัวนาคคำที่สุด  ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นถึงพัฒนาการของตัวนาคคำที่เขาถูกหล่อหลอมมาในทางที่ผิดๆ ดีกรีความรุนแรงจะค่อยๆมากขึ้นจนไปสู่จุดที่นาคคำต้องกลายเป็นพี่นาค  ถ้าถามผมว่าบทหนักหรือโหดมากขนาดไหนผมว่ามันเป็นมาสเตอร์พีซของผมเลยนะ  เลเวลที่มันเพิ่มขึ้นไปถึงจุดพีคจะผ่านแต่ละฉากไปได้ถือว่าสุดๆครับ ที่สำคัญองค์ประกอบอื่นๆอย่างเสื้อผ้า, หน้าผม หรือสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างๆ มันคือที่สุดแล้วสำหรับผมครับ…”

                   สามารถติดตามชมภาพยนตร์ “พี่นาค3” ได้เร็วๆนี้ในโรงภาพยนตร์   

มีน-พีรวิชญ์ กับผลงานล่าสุด พี่นาค3 ในบท ไอดอลบอยแบนด์ ลูกครึ่งเกาหลี

มีน-พีรวิชญ์ กับผลงานล่าสุด พี่นาค3 ในบท ไอดอลบอยแบนด์ ลูกครึ่งเกาหลี

มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ผ่านหน้าหนาวอย่างสตรองมาหลายปี เพราะโฟกัสแต่เรื่องงานอย่างเดียว ก็แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองแล้ว ยิ่งล่าสุดโดดมารับแสดงภาคต่อในภาพยนตร์ พี่นาค3 ที่รับบทเป็น คุณโท ไอดอลบอยแบนด์ลูกครึ่งเกาหลีสุดฮอต ที่หน้าหล่อใสกริ้งฟินทุกอนูกันไปเลยน๊า

มีน-พีรวิชญ์ – พี่นาค3    อัพเดทภาพปัจจุบัน ที่มีผลงานล่าสุด พี่นาค 3 ในบท ไอดอลบอยแบนด์ ลูกครึ่งเกาหลี – พี่นาค 3 โปรเจคหนังภาคต่อของไตรภาคพี่นาค ได้เผยโปสเตอร์ทีเซอร์ออกมาแล้ว เป็นภาพของพญานาคสุดอลังการ พร้อมคำโปรย ปฐมบทความอาฆาต กับตำนานที่เล่าขานไม่รู้จบ นั่นเท่ากับว่า จะเป็นหนังที่เล่าย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของตำนานพี่นาคทั้งหมดที่เป็นเรื่องของ อยากบวชแต่ไม่ได้บวช

 

ก่อนหน้านี้หนังพี่นาค เคยมีส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับตำนาน ย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล มีพญานาคเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชเป็นพระภิกษุ ต่อมาเขาถูกจับได้ว่าไม่ได้เป็นมนุษย์ ซึ่งไม่สามารถบวชได้ พญานาคเสียใจที่ไม่ได้บวช จึงได้ขอฝากชื่อตนไว้กับคนที่กำลังจะบวชใหม่  เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับตนที่บวชไม่ได้ ส่วนพญานาคก็ขอรับใช้พระพุทธศาสนาในวิธีอื่นสืบต่อไป

ต้องมาคอยดูกันว่าหนังพี่นาค 3 จะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าตำนานนี้หรือไม่? กำหนดฉายวันที่ 17 มีนาคม 2565

Lifestyle การแต่งตัวของหนุ่มหลี่หงฉีที่ไม่ได้เนิร์ดแบบในเรื่อง!

Lifestyle การแต่งตัวของหนุ่มหลี่หงฉีที่ไม่ได้เนิร์ดแบบในเรื่อง!

Lifestyle การแต่งตัวของหนุ่มหลี่หงฉีที่ไม่ได้เนิร์ดแบบในเรื่อง

แม้ในภาพยนตร์ I Remember หนุ่มหลี่หงฉีจะได้รับบทบาทหนุ่มไอทีสุดเนิร์ดพูดน้อยเก็บตัวแต่ขอบอกเลยว่าบุคลิกจริงๆของหนุ่มคนนี้นั้นตรงกันข้ามมากๆทั้งขี้เล่นแต่งตัวเก่งและยังมีความติสท์สูงมากๆแถมการแต่งตัวก็ถือว่าเท่และดูดีเลยทีเดียว

ด้วยสไตล์ลุคแบดบอยทำให้หนุ่มคนนี้แจ้งเกิดจากเรื่องThanatos Drunk (2015) เรื่องนี้ทำให้หนุ่มหลี่หงฉีเข้ารับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Golden Horse Film 2015 และยังได้เข้าชิงนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีเดียวกันที่ได้รับชื่อว่าเป็นเวทีสายหนังที่ยากอันดับหนึ่งของไต้หวัน อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลินครั้งที่ 65 (the 65th Berlin International Film Festival 2015) ในส่วนของ panorama selection และชนะรางวัล Reader Jury of the “Siegessäule” ปี  2015  อีกด้วย