ขอแสดงความยินดีกับรางวัลพระราชทานสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง สาขาแต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง SchoolTales เรื่องผีมีอยู่ว่า 

ขอแสดงความยินดีกับรางวัลพระราชทานสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง สาขาแต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง SchoolTales เรื่องผีมีอยู่ว่า 

 

รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง เป็นรางวัลเกียติยศของบุคคลในแวดวงภาพยนตร์ไทยมากกว่า 60 ปี

เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นกำลังใจให้กับบุคคลในวงการผลิตภาพยนตร์ไทย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

ในสาขาต่างๆที่มีผลงานดีเด่นที่สุดแห่งปี ด้วยการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์ในรอบปี 2560

และขอแสดงความยินดีกับรางวัลพระราชทานสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 31 ประจำปี 2560

สาขาแต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง SchoolTales เรื่องผีมีอยู่ว่า บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น

ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับ

คุณสิริวรรณ ศิริพร (ช่างแต่งหน้า)

คุณมยุรี ถอสูงเนิน (ช่างทำผม)

ณ โรงละคร อักษรา คิงเพาเวอร์

 

เจอแล้ว “ข้างหลังภาพ” ฟิล์มเนกาทีฟที่หายสาบสูญไปกว่า 20 ปี  ไฟว์สตาร์ฯ นำกลับมารีมาสเตอร์เป็น 4K  คุณภาพเยี่ยมทั้งภาพและเสียง พร้อมให้ทุกคนได้ชมเร็วๆนี้!!

เจอแล้ว “ข้างหลังภาพ” ฟิล์มเนกาทีฟที่หายสาบสูญไปกว่า 20 ปี ไฟว์สตาร์ฯ นำกลับมารีมาสเตอร์เป็น 4K คุณภาพเยี่ยมทั้งภาพและเสียง พร้อมให้ทุกคนได้ชมเร็วๆนี้!!

  “ข้างหลังภาพ” นับเป็นภาพยนตร์สุดคลาสสิคอีกเรื่องที่โลกภาพยนตร์ต้องจารึกไว้ในยุครุ่งเรืองของฟิล์ม 35มม. บันทึกเสียงจริงด้วยระบบซาวด์ออนฟิล์ม  กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ และนำแสดงโดยสองพระนางที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น  นาถยา แดงบุหงา, อำพล ลำพูน  เข้าฉายเมื่อปี 2527   นับเป็นเวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและยังกวาดรายได้ถล่มถลายในยุคนั้น  ซึ่งต่อมาฟิล์มเนกาทีฟได้หายสาบสูญไปกว่า 20ปี  จึงไม่ได้มีการฉายที่ช่องทางใดๆในช่วงที่ผ่านมา ทาง บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์มีเพียงมาสเตอร์ในเทปยูเมติคซึ่งเป็นคุณภาพค่อนข้างเสื่อมสภาพ  ทางบริษัทฯ จึงออกตามหาทั้งในประเทศและประเทศญี่ปุ่นมาเกือบ 20ปี   ในที่สุดก็เจอโดยบังเอิญที่หอภาพยนตร์ จึงรีบนำกลับมารีมาสเตอร์ให้อยู่ในคุณภาพ 4K ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 20ปี ที่แฟนคอหนังไทยจะได้ชม “ข้างหลังภาพ” ที่ นาถยา แดงบุหงาอำพล ลำพูน นำแสดง   โดยจะนำกลับมาให้ทุกคนได้ชื่นชมกันอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ  และ“ข้างหลังภาพ” ยังเป็นภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 70 สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

“ข้างหลังภาพ” จากบทประพันธ์โดย ศรีบูรพา  เรื่องราวได้เล่าถึง…นพพร หนุ่มนักเรียนนอกอนาคตไกล ที่ได้ระลึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งที่เขาศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เขาได้มีโอกาสต้อนรับท่านเจ้าคุณอธิการพร้อมทั้งภรรยาสาวสวย คือ คุณหญิงกีรติหรือหม่อมราชวงศ์กีรติ  มิตรรักซึ่งเขาไม่มีวันลืมเลือนได้เลย และทุกครั้งที่ท่านเจ้าคุณไม่ว่างก็จะให้นพพรได้ทำหน้าที่ดูแลและพาคุณหญิงกีรติไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จนทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกและความคิดต่างๆ  ด้วยความอ่อนโยนและดูห่วงใยนพพรมากจนทำให้นพพรหลงรักคุณหญิงกีรติจนหมดหัวใจ แต่ก็ไม่อาจหาญกล้าทำลายความเคารพรักของคุณหญิงที่มีต่อท่านเจ้าคุณได้จนเมื่อทั้งสองเดินทางกลับประเทศไทย นพพรก็ได้เฝ้าแต่คิดถึงคุณหญิงกีรติ จนกระทั่งทราบข่าวการจากไปของท่านเจ้าคุณ ซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่ารีบตั้งใจเรียนให้จบโดยเร็ว ฟากคุณ หญิงเธอเองก็ยังคงเฝ้ารอคอยนพพรเสมอมา  แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อนพพรกลับมาแล้วต้องแต่งงานกับคู่หมั้นที่ครอบครัวเตรียมไว้ให้ นพพรไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณหญิงป่วยหนัก  จนวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ก่อนที่คุณหญิงจะสิ้นลมเธอได้กล่าวคำร่ำลากับนพพรเป็นครั้งสุดท้ายว่า…ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก…       ลมหายใจได้สิ้นสุดลงคงเหลือเพียงภาพความหลังที่ทั้งสองได้วาดมันขึ้นมา

70 สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ ๙

70 สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ ๙

คุณเธียร พรวาณิชย์ ประธานกรรมการบริษัท และ คุณเกียรติคุณ เอี่ยมพึ่งพร กรรมการบริหาร  บริษัทไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด

ไปร่วมงาน 70 สุดยอดภาพยนตร์ในสมัยรัชกาลที่ ๙  และนักแสดงอีกมากมายมาร่วมงาน  ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงาน” ๗o สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่  ๙” ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ที่ทรงมีต่อวงการภาพยนตร์ไทย โดยคัดเลือกภาพยนตร์ไทย 70 เรื่อง จากจำนวน 4,500 เรื่อง โดยเกณฑ์การคัดเลือกสุดยอดภาพยนตร์ไทย เช่น เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องยาวที่จัดฉายและเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 9 ช่วงเวลาแห่งการทรงครองสิริราชสมบัติ วันที่ 9 มิถุนายน 2489 – 13 ตุลาคม 2559 รวม 70 ปี 127 วัน เป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับรางวัในงานประกวดระดับประเทศ หรืองานประกาศรางวัลระดับนานาชาติ ที่ได้รับการยอมรับอย่างน้อย 1 รางวัล เป็นภาพยนตร์ที่ทำสถิติรายได้ขายบัตรชมภาพยนตร์ของปกติสูงสุด 5 อันดับแรกของแต่ละปี เป็นภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 และเป็นภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าทางศิลปะ  โดยมี พณฯ รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ให้เกียรติมาเป็นประธานในครั้งนี้

มีภาพยนตร์ของไฟว์สตาร์ทั้งหมด 14 เรื่อง ที่เป็นสุดยอดภาพยนตร์ในสมัยรัชกาลที่ ๙  ได้แก่

1. ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มชั้น กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

2. คนภูเขา กำกับโดย วิจิตร คุณาวุฒิ

3. บ้านทรายทอง กำกับโดย ผู้กำกับ วิจิตร คุณาวุฒิ

4. หลวงตา กำกับโดย รุจน์ รณภพ

5. ลูกอีสาน กำกับโดย เพิ่ มพล เชยอรุณ

6. น้ำพุ กำกับโดย ยุธนา มุกดาสนิท

7. ข้างหลังภาพ กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์

8. ผีเสื้อและดอกไม้ กำกับโดย ยุธนา มุกดาสนิท

9. ด้วยเกล้า กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

10. บุญชูผู้น่ารัก กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

11. คนทรงเจ้า กำกับโดย แจ๊สสยาม

12. กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

13. ฟ้าทะลายโจร กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

14. มนต์รักทรานซิลเตอร์ กำกับโดย เป็นเอก รัตนเรือง

 

  •       
แก๊งเกรียนเจอดี’ หลอนแบกผีตลอดคืน  ใน Bangkok Ghost Stories ตอน…คนแบกผี

แก๊งเกรียนเจอดี’ หลอนแบกผีตลอดคืน ใน Bangkok Ghost Stories ตอน…คนแบกผี

Bangkok Ghost Stories (แบงค็อก โกสต์ สตอรี่) ส่งตรงความหลอนแรงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งสัปดาห์หน้านี้จะพาไปขวัญผวาในตอน “คนแบกผี” ซีรีส์จบในตอนและไม่มีรีรัน  นำแสดงโดย ธาม-ธามไท แพลงศิลป์ (รับบท เต๋า), โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี (รับบท มอส), ปอน-คุณพัทธ์  พิเชษฐ์วรวุฒิ(รับบท ฟร้อง), เจ-จตุพร แดงอุไร (รับบท บิว), พาส-พัชรพล สันติพร (รับบท ออฟ) กำกับภาพยนตร์ซีรีส์โดย ไมค์-ภณธฤต  โชติกฤษฎาโสภณ   โดยเรื่องราวของตอน…คนแบกผี จะพูดถึงแก๊งเด็กวัยเกรียนที่ถูกพ่อบังคับให้ใส่ชุดลูกเสือทำงานจิตอาสาเป็นเวลา 1 คืน เพื่อชดใช้ที่เขาเมาแล้วไปแว้นจนเกิดอุบัติเหตุเข้า โดยมี ฟร้อง กับ บิว เพื่อนก๊วนเดียวกันพ่วงไปด้วยแบบไม่เต็มใจ ทั้งสามบังเอิญเจอ ออฟ และ เต๋า เจ้าหน้าที่ประจำรถกู้ชีพ จึงขอติดรถไปช่วยเหลือสังคมอย่างกล้าๆ กลัวๆ ภารกิจนี้ต้องอยู่กับศพและพบความเฮี้ยนแบบเต็มสตรีม เมื่อบนรถมีแต่ศพกับผีถ้าหนีก็โดนพ่อด่า จนไม่แน่ใจว่าหมดคืนนี้การเป็นจิตอาสาครั้งแรกในชีวิตของพวกเขาจะจบลงอย่างสมบูรณ์หรือจบชีวิตกันแน่!? ต้องไปติดตามชมพร้อมๆกัน ซึ่ง ธามไท เล่าให้ฟังถึงประสบ การณ์ที่มารับบทเป็นจิตอาสาในซีรีส์ตอนนี้ว่า

 “…ผมรับบทเป็นเต๋าวัยสามสิบกว่าๆครับ เต๋าเป็นหัวหน้าหน่วยอาสาสมัครกู้ชีพ ที่มีนิสัยค่อนข้างเข้มงวดนิดนึงและเป็นคนใจร้อน หน้าดุ เสียงดังพูดจาห้วนๆ ทำอะไรถูกต้องรวดเร็วว่องไวตามปณิธานที่เขาตั้งไว้ในการเป็นอาสากู้ชีพ ซึ่งก็จะแตกต่างจากตัวจริงของผมมากในหลายด้าน  ผมรู้สึกอินและต้องคิดให้ลึกกับบทเต๋าคือผมต้องเล่นเป็นเต๋าให้ชัดเจน  ผมเคยดูจากข่าวที่คนประสบอุบัติเหตุต้องเอาตัวรอดให้ได้จริง ณ เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น  มันจึงต้องเล่นและทำให้อารมณ์คนดูรู้สึกบีบคั่นกดดันและสนุกไปกับการผจญภัยเพียงชั่วข้ามคืนกับภาระกิจนี้  ส่วนสถานที่ถ่ายทำพี่ไมค์-ผู้กำกับ เขาใช้สถานที่จริงในถนนหลายสายที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ  มาผูกเข้ากับเรื่องราวในตอนนี้และค่อยๆ บิวไปเรื่อยๆ จนถึงจุดพีคสุดและทำทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด  ส่วนคาแรคเตอร์ผีมันค่อนข้างน่าสยดสยองเพราะผีจะมาในรูปแบบต่างๆที่เคยประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนมาแล้ว  ซึ่งมันทำให้ผีแต่ละตัวดูน่ากลัวมากๆ…”

ซึ่ง โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี เล่าเสริมว่า

 “…ในเรื่องโอมรับบทเป็นมอสครับ มอสเด็ก ม.ปลายวัยเฮ้ว ทำตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง กล้าได้กล้าเสีย ทำอะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังชอบเสี่ยงปากดีไปทุกเรื่องรักมอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ แต่ตอนนี้ถูกพ่อริบเอาไว้แลกกับการแต่งชุดลูกเสือมาบำเพ็ญประโยชน์เป็นอาสาสมัครหนึ่งคืน ซึ่งเป็นหนึ่งคืนที่เปลี่ยนชีวิตทั้งมอสและเพื่อนๆไปตลอดกาล อยากฝากให้ทุกคนติดตามชมกันเยอะนะครับ ที่สำคัญไม่มีรีรันครับ…”

               หลังจบละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว สามารถติดตามชม Bangkok Ghost Stories ได้ในวันพฤหัสที่ 31 พ.ค. นี้ เวลา 22:50น ทางช่อง 3 และ ช่อง 33 ห้ามพลาด!! ซีรีส์หลอนไม่มีรีรัน

 

บ้านเลขที่ 303 ไขความลับบ้าน’ หลอน สยองโหด  ใน Bangkok Ghost Stories ซีรีส์หลอน…ไม่มีรีรัน!!

บ้านเลขที่ 303 ไขความลับบ้าน’ หลอน สยองโหด ใน Bangkok Ghost Stories ซีรีส์หลอน…ไม่มีรีรัน!!

สัปดาห์นี้ Bangkok Ghost Stories (แบงค็อก โกสต์ สตอรี่)  จะพาทุกคนร่วมหลอนระทึกไปกับซีรีส์ขวัญผวาในตอน…บ้านเลขที่ 303  กำกับภาพยนตร์ซีรีส์โดย กิรติ นาคอินทนนท์  บ้านเลขที่ 303  ในตอนนี้…เป็นเรื่องราวของ ทอง (รับบทโดย นะโม ทองกำเหนิด) ยามหนุ่มที่เพิ่งมาทำงานในหมู่บ้านเพียงไม่กี่วัน ก็ต้องตาต้องใจกับบ้านเศรษฐีเก่าหลังหนึ่งที่มี ลุงชายชรา (รับบทโดย อาวอ-จิราวัฒน์)  ที่อาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง จนกลางดึกทองผันตัวเป็นหัวขโมยแอบย่องเข้าไปค้นหาทรัพย์สินของมีค่าหวังจะได้เงินมาง่ายๆ แต่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อการก้าวเท้าเข้าสู่บ้านหลังนี้ทำให้เขาได้พบกับความลับสุดโหด  ซึ่งใครก็ตามที่ล่วงรู้แล้วจะไม่มีวันได้กลับไปอีก ทองต้องทำทุกวิถีทางให้ตัวเองหลุดพ้นจากสิ่งลึกลับที่พันธนาการเขาไว้บนความเป็นความตาย เพราะทางรอดเดียวคือ ต้องหนีออกจากบ้านหลังนี้ให้ได้!!  นะโม ทองกำเหนิด  เล่าให้ฟังถึงบทบาทที่ได้รับนี้ว่า…

                                                                   “…ผมรับบทเป็นทองชายหนุ่มท่าทางและหน้าตาดูดี แต่กลับมีนิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบาย กระล่อนและเคยเป็นหัวขโมยมาก่อนที่จะมาเป็นยาม ด้วยท่าทางที่ดูเป็นหนุ่มกำยำล่ำสันทำให้เขาใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจไม่กลัวสิ่งใด ผมว่าบทนี้มันมีมิติเลยทำให้ได้ปลดปล่อยพลังในการแสดงเยอะ  อย่างในฉากที่ต้องโดนอาวอ(ลุง)จับมัดและพยายามจะฆ่า มันเป็นการดิ้นทุรนทุลายต้องเอาชีวิตรอดให้ได้  ผมรู้สึกอินและหวาดกลัวกับสิ่งที่ต้องเจอจริงๆ มันเป็นความสยองผสมความหลอนที่ผมต้องเผชิญมันมาให้ได้ ส่วนการดีไซด์คาแรคเตอร์ผีสาวของผู้กำกับ พี่เขาทำผีได้สยดสยองเหมือนผีตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่จริง  และยังคงทำกิจวัตรประจำวันอยู่ในบ้านหลังนี้เหมือนตอนที่เคยมีชีวิตอยู่  ผมมองว่าเรื่องผีมันเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราทุกคน เพียงแค่มองไม่เห็นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง  อยากฝากให้ทุกคนได้ดู Bangkok Ghost Stories ตอน…บ้านเลขที่ 303  ซึ่งในตอนนี้จะสะท้อนเรื่องราวแง่มุมของความรักอีกรูปแบบหนึ่งให้คนดูๆแล้วรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร  ความดี ความเลว มันอยู่ที่มนุษย์เลือกที่จะทำ พฤ. 10 พฤษภาคม นี้นะครับดูพร้อมกันไม่มีรีรันครับ…”

“The Rube”  ถ่ายทอดอารมณ์สุดโหยหวน  ลงเพลงประกอบภาพยนตร์ “ตีสาม อาฟเตอร์ช็อก”

“The Rube”  ถ่ายทอดอารมณ์สุดโหยหวน ลงเพลงประกอบภาพยนตร์ “ตีสาม อาฟเตอร์ช็อก”

The Rube”  ถ่ายทอดอารมณ์สุดโหยหวน  

ลงเพลงประกอบภาพยนตร์ “ตีสาม อาฟเตอร์ช็อก”  

                    นับเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกกับค่ายหนังอย่าง “ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น”  กับศิลปินคุณภาพอย่าง The Rube (เดอะ รูบ) สังกัด Spicydisc ที่เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มียอดผู้ชมเอ็มวีในยูทูปสูงสุดกว่า 149 ล้านครั้ง  และล่าสุดส่งซิงเกิ้ลเพลงประกอบภาพยนตร์ “ตีสาม Aftershock”  ที่ได้เพลงดัง “กรรมตามสนอง” ของวง Mild (มายด์) มาเรียบเรียงและถ่ายทอดใหม่ในสไตล์ ไทยร็อค ซึ่งซิงเกิ้ลเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ตั้งใจที่จะวางรูปแบบแนวเพลงนี้ใหม่  โดยดึงเอาเสน่ห์ของเครื่องดนตรีไทยทีมีลูกเอื้อนที่โหยหวน บวกเข้ากับเสียงของปี่มอญที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว มาผสมผสานให้เข้ากับดนตรีสากลแนวร็อคที่หนักหน่วงเน้นอารมณ์ร้องที่บาดลึกสะกดใจ  โดยเรื่องราวในมิวสิควีดีโอยังได้ ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ และ เชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล เป็นตัวแทนจากภาพยนตร์มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์ในมิวสิควีดีโอเพลงนี้ด้วย   เลือกใช้โทนสีขาวดำ และเพิ่มเทคนิคลูกเล่นในการซ้อนภาพให้เป็นตัวแทนของความมืดดำที่แอบซ่อนอยู่ภายในจิตใจของคนในเมืองหลวง ที่มักแอบซ่อนความรู้สึกภายใต้ใบ หน้าที่เรียบเฉย แต่ไม่ว่าจะทุกๆความรู้สึกหรือทุกๆการกระทำใดๆมันย่อมส่งผลกรรมตามสนองผู้กระทำนั้นเสมอ โดย The Rube (เดอะ รูบ) ได้เล่าให้ฟังถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า…

                   “…โจทย์ที่เราได้รับคือเป็นหนังผี ฉะนั้นทุกอย่างก็จะมีความหลอนมีความน่ากลัว และอีกโจทย์ที่เราได้รับก็คือ มันต้องออกแนวร็อคๆ ซึ่งก็เข้ากับพวกเราพอดี อารมณ์เพลงประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเราดีไซด์ให้มีเสียงเอื้อนโหยหวน  ผสมผสานกับเสียงของปี่มอญที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว บวกเข้ากับดนตรีสากลแนวร็อคที่หนักหน่วงเน้นอารมณ์ร้องที่บาดลึกสะกดใจ  อยากให้ทุกคนได้ชมมิวสิควีดีโอนี้กันเยอะๆนะครับ…”

                   สามารถติดตามชมมิวสิควีดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์“ตีสาม AFTERSHOCK” นี้ได้ทาง youtube Spicydisc และเตรียมพบ 3 ปรากฏการณ์ช็อก ระลอกใหม่ได้ใน ภาพยนตร์ “ตีสาม Aftershock”    https://www.youtube.com/watch?v=1V0vAdJa07A