พี่นาค PEENAK UNIVERSE POP UP EXHIBITION

พี่นาค PEENAK UNIVERSE POP UP EXHIBITION

 

จริงๆพี่นาคมันมาจากประโยคของเณร กับ เด็กวัด ในเรื่อง ซึ่งเวลาเค้าเรียกนาคตัวนี้จะใช้คำว่าพี่นาคแล้วมันก็เลยอาจจะเป็นเรื่องของความติดปาก มันเหมือนเวลาที่พ่อแม่เราจะเรียกลูกที่เป็นนาคว่า พ่อนาค เราก็เลยคิดว่าคำว่าพี่นาคมันน่ารักดี ส่วนคำว่านาคจริงๆทุกคนอาจจะฟังแล้วก็คุ้นหูกันอยู่แล้ว อาจจะไป remind นึกถึงแม่นาค จริงๆแล้วคำว่านาค มันมาจากพญานาค ซึ่งผมเอาเรื่องของพญานาคที่อยากบวชมาใช้ เราก็เลยตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า “พี่นาค”

“ งานบวชก็มา ความผวาก็มี ” ฤกษ์งามยามดีสู่การอุปสมบทที่ญาติโยมไม่กล้ามา
โหน่ง หนุ่มหล่อวัยเบญจเพสสุดซวย ที่ถูกหักอกและตกงานในเวลาเดียวกัน เขาหอบหิ้วความเสียใจ ขึ้นรถโดยสารเพื่อเดินทางกลับไปพักใจที่บ้านเกิด แต่กลับซวยซํ้าสอง เมื่อไปเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง บอลลูน เฟิร์ส และก๊อต แก๊งกะเทยเพื่อนซี้ หอบหิ้วดีกรี แฟชั่นนิสต้า ที่หวังเคลมโหน่งอย่างออกนอกหน้าจนโหน่งเอือมระอา แต่เพื่อนซี้มีอันต้องซี้ไปจริงๆ เมื่อรถโดยสารที่พวกเขานั่งมา เกิดอุบัติเหตุจนทําให้ก๊อตเสียชีวิต ทั้งสามโศกเศร้า และยังหวาดผวาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตกลงปลงใจจับมือพากันไปบวชล้างซวย แต่เคราะห์ซํ้ากรรมซัดขัดใจตุ๊ด เมื่อวัดที่ทั้งสามคนต้ังใจไปขอบวชนั้น มีเรื่องเล่าขานว่าวัดนี้มีผีพี่นาคที่เฮี้ยนแรงขั้นสุด เกิดเป็นอาถรรพ์อันน่าสะพรึงรอคอยอยู่ งานบวชก็ต้องมี เรื่องผีก็โผล่มา กลายเป็นความผวาเลเวลอัพ ทั้งสามจึงรวมพลังตั้งสติวีนวัดแตก เพื่อให้ได้บวชอย่างที่ตั้งใจ แต่การบวชครั้งนี้จะลุล่วงสมปรารถนา หรือพวกเขาจะกลายเป็นผีนาคเฝ้าวัดสานต่อตํานานสยองพี่นาค คนต่อไป
เตรียมบาตรให้พร้อม ซ้อมวิ่งให้ไว เพราะผีที่คุณจะได้เจอ แม้แต่พระยังต้องร้องว่า “รัน” กับ พี่นาค ภาพยนตร์สยองขวัญสั่น ขากรรไกรที่จะทําให้คุณผวาหัวโกร๋นจนต้องโกนหัว
ความเป็นมาของตัวละครภาคแรก
” ในส่วนของการวางตัวนักแสดง โจทย์หลักของบทหนังเรื่องนี้เลยคือต้องมาอยู่วัดนี้ และต้องบวชให้สําเร็จให้ได้ ความรุนแรงของแรงอาฆาต และอาถรรพ์ของวัดแห่งนี้จะทําให้ทุกคนที่ตั้งใจมาบวช กลับต้องเกิดเหตุทําให้เสียชีวิตในขณะที่เป็นนาคทุกราย ซึ่งตัวละครโดยแก๊ง 3 คนก็มีที่มาที่ไปที่มีเหตุจะจําเป็นต้องมาบวชวัดนี้ และก็จะต้องฝ่าฟันอาถรรพ์ต่างๆ ของวัดนี้ไปให้ได้ ผมได้ออกัส มารับบท โหน่ง โหน่งเป็นตัวแทนของผู้ชายรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องการบวชเลย ประกอบกับพ่อแม่คาดหวังอยากให้บวช ส่วนเอมมารับบทเป็นบอลลูน กระเทยที่มีความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์มากๆ แต่ด้วยความปากไม่ดี และท้าทายเลยไปบนที่วัดแห่งนี้ว่าถ้าถูกหวยก็จะพาเพื่อนมาบวชให้ และความซวยก็มาตกอยู่กับเพื่อนอีกสองคนคือ ก๊อต และเฟิร์สเข้าไปด้วย ได้เจมส์มารับเฟิร์ส เฟิร์สเป็นครูสอนทําอาหารรักความสะอาด สะอ้าน แต่กลับต้องมาบวชเพราะความปากเสียของเพื่อน จนพวกเขามาเจอ จุ๋ย รับบทโดยน้องพลอยชมพู ที่มีคาแรคเตอร์เป็นหญิงสาว สวยที่มีนิสัยเรียบร้อย และมองโลกในแง่ดี จุ๋ยเพิ่งสูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวที่มีไป (นาคจักร) ด้วยเหตุนี้เองทําให้จุ๋ยได้พบกับโหน่งและเพื่อนๆ ส่วนเณรน็อตรับบทโดยน้องต้า เณรน็อตผมจะสร้างให้มีคาแรคเตอร์เป็นผู้ใฝ่รู้รอบรู้ทุกด้านจึงได้รับหน้าที่ให้เป็นพี่เลี้ยงของแก๊งโหน่ง บอลลูน เฟิร์ส เพื่อคอยดูแลให้ท้ังสามคนที่กําลังเตรียมตัวจะบวช ซึ่งภารกิจที่สําคัญที่ต้องพาทั้งสามคนฝ่าด่านผีพี่นาคไปให้ได้ ส่วนอ๊อดเด็กวัดผมได้น้อง ปอนด์ มารับบทนี้ อ๊อดจะมีลักษณะเป็นเด็กแว๊นเกรียนๆ เป็นคู่หูของเณรน็อต ตัวอ๊อดด้วยความที่เป็นหลาน สัปเหร่อจึงค่อนข้างรู้เรื่องราวความเป็นมาในวัดเป็นอย่างดี “

และแล้วความสงบก็กลับมาสู่วัดธรรมนาคานิมิตรอีกครั้ง หลังจากที่พระโหน่ง พระเฟิร์สและพระบอลลูน เสร็จสิ้นภารกิจ“บนวัดไหน..ให้บวชวัดนั้น!” เคยสู้รบตบตีกับผีนาคนนท์ได้สำเร็จพระทั้ง 3 หวังใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ แต่อนิจจังชะตาชีวิตของพวกเขากลับไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกบัวอย่างที่คิด เมื่อเกิดเหตุบางอย่างอันทำให้พระบอลลูน พระเฟิร์ส ได้แอบทำการสึกแบบลับๆและหอบข้าวหอบของหนีไปกลางดึก ปล่อยให้พระโหน่งอยู่รับใช้ศาสนาในวัดที่มีตำนานความสยองกับสองคู่หู เณรน๊อต และ อ๊อดต่อไป…กาลเวลาล่วงเลยกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อบอลลูนและเฟิร์สได้ย้อนกลับมาที่วัดในสภาพร่อแร่ปางตายเพราะอยากใช้ชีวิตแบบฆราวาส แต่เจอผีนาคตนใหม่ตามอาละวาดจนกะเทยคู่ซี้เกือบสิ้นชื่อ ต้องขอกลับมาบวชซ้ำรอบสอง หวังล้างคำสาปที่วัดแห่งนี้ไม่มีใครเคยได้สึก! ถึงแม้ผีนาคตนนี้จะเพิ่มดีกรีความดุความเฮี้ยนทวีคูณ แต่ก็ยังพอมีแสงสว่างที่ปลายธูปให้บอลลูนและเฟิร์สมีกำลังใจจะสู้ต่อ เมื่อได้พบกับ คุณโท(โทมินจุน) นักร้องลูกครึ่งไทย-เกาหลีสุดหล่อที่มาขอบวชในวัดแห่งนี้ด้วย ทำไมพระวัดนี้ถึงสึกไม่ได้? แล้ว 2 กะเทยเพื่อนซี้ บอลลูน เฟิร์ส จะรอดถึงวันได้ห่มผ้าเหลืองหรือไม่?
เตรียมท่องบทสวดกรวดน้ำกับความน่าสะพรึงจนจีวรต้องสะบัดอีกครั้งได้ใน…“พี่นาค 2”

 

เมื่อ “อ๊อด” สัปเหร่อหนุ่มจอมแสบแห่งวัดธรรมนาคานิมิตร ขุดเจอกำไลข้อเท้าทองคำโบราณ ในหลุมฝังศพสมัยสงครามโลก และหยิบติดมือมา ทำให้อ๊อดโดนคำสาปประหลาดจากกำไลที่ทำให้เขามีเกล็ดคล้ายงูขึ้นบนร่างกายและเริ่มลามเป็นแนวยาวไปรอบลำตัว ยิ่งเกล็ดลามมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอาการป่วยไข้หนักมากขึ้น พร้อมกับปลุก ผีพี่นาค เจ้าของกำไลคู่นี้ที่มีเกล็ดตามตัวเหมือนที่อ๊อดกำลังเป็น ออกตามมาล่าอาละวาดทวงกำไลต้องคำสาปอันนี้คืน ทำให้อ๊อด และ เณรน็อต สองคู่หูเพื่อนซี้ ร่วมกับ บอลลูน และเฟิร์ส สองกะเทยสุดแสบผู้จัดการวงไอดอลเกาหลี คุณโท ไอดอลเกาหลียอดนิยมสายบุญ และ แปมแปม ยูทูปเบอร์ชาวเกาหลีจอมซ่า ที่มาทำรายการท่องเที่ยวเมืองไทยต้องร่วมมือกันเพื่อตามหาตำนานและวิธีล้างคำสาปของกำไลโบราณคู่นี้ก่อนที่อ๊อดจะตายเพราะคำสาป หรือโดนผีพี่นาคฆ่าตายเสียก่อน
ปฐมบทความอาฆาตกับตำนานที่เล่าขานไม่รู้จบ โดยพี่นาค3 ในภาคนี้จะเล่าถึงต้นกำเนิดของพี่นาค1,2 ต้องมาดูว่าเรื่องราวความอาฆาตแค้นของพี่นาคเกิดขึ้นได้อย่างไร? และคำสาปที่อ๊อดต้องเจอเหล่าเพื่อนๆจะหาวิธีล้างคำสาปก่อนที่อ๊อดจะตายได้หรือไม่?

 

การกลับมาตาม “สัญญา” ของภาพยนตร์ฮาสยองขวัญใจมหาชน หลังจากผ่านพ้นศึกล้างคำสาปแห่งปฐมบทพี่นาค โทมินจุน (มีน พีรวิชญ์) เซเลบลูกครึ่งไทย-เกาหลี ได้มีโอกาส กลับมาบ้านเกิดในวัยเยาว์ เพื่อช่วยบูรณะโบสถ์เก่าแก่ของวัดประจำชุมชน โดยไม่ลืมควงแขน บอลลูน (เอม วิทวัส) กับ เฟิร์ส (เจมส์ ภูริพรรธน์) ที่ได้รับการอวยยศเป็นผู้จัดการส่วนตัวคุณโทก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน แค่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา สัญญาณแห่งความอาฆาตจากผีพี่นาคภายใต้หน้ากากสยอง ก็พุ่งเป้ามาที่คุณโทอย่างจัง คำสัญญาและความเกลียดชังกำลังก่อตัวขึ้นจากความทรงจำในอดีตที่ถูกลืมเลือน ขณะที่คุณโทโดนตามจองล้างจองผลาญอยู่นั้น ก็ได้เจอ น็อต (ต้า อธิวัตน์) อดีตเณรเทพแกดเจ็ต แพรรี่ (นนท์ อินทนนท์) แม่ครัวปากแจ๋ว และ โบนัส (มินตัน ทาสกระดาน)เครื่องด่าแห่งหมู่บ้าน จะมาร่วมรับแรงกระแทกแห่งชะตากรรมที่หนีให้พ้นยังไงก่อน
ภายใต้หน้ากากสยอง… ผีพี่นาคตนนี้คือใคร? บาปและกรรมหนักแค่ไหนถึงอยากให้ตายตกไปตามกัน? นี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานพี่นาคอีกบท พร้อมจะมาบดขยี้มิตรภาพ อาละวาดมันทุกภพชาติ กระหน่ำความฮาให้ป่าช้ากระเจิง!

 

ความสนุกของหนังเรื่องนี้ อย่างความรู้สึกของคนที่ไม่อยากบวชแต่มันมีเหตุผลบางอย่างที่มันต้องไปบวช นั่นหมายความว่ามันมีสภาพจิตใจที่ไม่ต้องการบวชแล้วดันเข้าไปที่วัดที่มันมีผีที่ไม่อยากให้มันบวช แต่มันต้องบวช! ถ้าไม่บวชกูก็ตาย ผีก็บอกกูไม่ให้มึงบวช มันก็เลยเป็นการปะทะกันระหว่างคนกับผี ผมว่าผมเล่าแค่นี้มันก็เกิดความบันเทิงแล้วแหละว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

  • แรงบันดาลใจในการออกแบบงานสร้าง

งานสร้าง กว่าจะเป็น “พี่นาค” ที่ทุกคนพูดถึง

     พี่ไมค์ ผู้กำกับ เผยว่า “ผมจะให้โจทย์เขาว่าผมอยากได้แบบนี้ ผมอยากมีศาลขนาดนี้แล้วก็จะเล่าที่มาที่ไปกัน แล้วก็คุยกับพี่ยักษ์ Production Design อย่างชัยที่เป็นทีม Art ว่าเราอยากได้แบบไหน สิ่งที่ทีม Art ทำมาให้คือจะเนียนมาก จะเหมือนแบบอย่างศาลนี่แบบทุกคนดูแล้วว้าว เพราะฉะนั้นความสมจริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกได้เลยว่าคือทางทีมArt เราจัดเต็มทุกอย่าง เพราะฉะนั้นมันก็เลยเกิดปรากฏการณ์ของการเซ็ตทุกฉาก”

ณัฐนันท์ ฉิมประเสริฐ ผู้ออกแบบสร้าง
” หนังเรื่องนี้ได้เสนอมุมมองของนาคออกมาเป็นแบบนี้  ข้อสำคัญที่สุดของ Art Director ที่จะทำภาพยนตร์อย่างแรกเลย คุณต้องมีภาพที่สวยงามในใจคุณก่อน โลกของหนังคือเล่าเรื่องราวที่เราจับต้องได้ แยกให้เห็นชัดเลยว่า 3 กุฏินี้คือ 3 อย่าง เพราะว่ามันเป็นภาพจำหนัง มันแค่ 90 นาที ถ้ากุฏิทุกอันเหมือนกัน มันจะไม่บ่งบอกเลยว่ากุฏินั้นคือกุฏิของใคร มันคือการเรียกว่าเอาศิลปะ เอาการจัดวาง มากำหนดดึงคนให้เข้าใจว่าเมื่อคนเห็นกุฏิมีแต่บาตร กุฏินั้นเป็นเฟิร์สแน่ เพราะว่ามันเป็นบาตร กุฏินี้มีจีวร มีโลงเยอะ เป็นของอีกคน นี่แหละเป็นกุฏิของแต่ละคนๆ เรื่องงานก่อสร้างหรือเรื่องการผลิต เราออกแบบ จัดวางใหม่ ในมุมมองที่คล้ายๆเดิม แต่ไม่เหมือนเดิม หนังเรื่อง “พี่นาค” เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวันของทุกคน คนที่เป็นผู้นับถือศาสนานี้ ก็ไม่ได้กำหนดรูปแบบว่าจะต้องแบบไหน ข้อสำคัญหลังจากที่มีความสุขกับความสนุก ความตลกอะไรก็แล้วแต่ ในเรื่องนี้บอกอย่างหนึ่งในมุมมองของศิลปะว่า ศิลปะค้ำชูศาสนาก็จริง แต่ศาสนาเป็นผู้ที่ให้กำเนิดศิลปะด้วย ค้ำชูศิลปะด้วย หัวใจของหนังเรื่องนี้ที่บอกเล่าในทางด้านศิลปะจริงๆ เราบอกเล่าว่า ปล่อยวางแล้วสนุกไปกับมัน พูดถึงศาสนาพุทธในเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้บอกว่า คุณเป็นเพศใดก็ได้ถ้าคุณเข้าถึงหลักปรัชญา คุณสามารถที่จะเข้าใจเรียนรู้ได้เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง ไม่แบ่งชนชั้น ไม่แบ่งเพศใดๆ ทั้งสิ้นในการที่จะเปิดอ่าน แล้วสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ ”

 

  • Key Visual ของแต่ละภาค

     “นาคเนี่ย เริ่มต้นจริงๆของเขาอะ เขาก็มีศักดิ์ยศถาบรรดาศักดิ์อยู่เหมือนกัน นาคอันนี้เราก็เลยมีคอนเซปที่ว่าขอให้มันเป็นนาคที่โชว์ความเป็น อ่า ภูมิปัญญาพื้นถิ่น ศิลปะเเละวัฒนธรรมแบบชาวบ้าน เรื่อง แล้วก็ธรรมชาติที่จะมานำเสนอสำหรับชุดนาค แล้วก็ต้องให้ดูดี คือจริงๆแล้วเหมือนเจ้าชายแหละ ทำให้เขาเป็นเจ้าชายแต่ดัดแปลงให้ปรับปรุงให้มันมีความเป็น พื้นถิ่นอีสานโดยรวม เป็นค่าเฉลี่ย เราไม่ได้จำกัดชี้เฉพาะว่าเป็นแบบไหน เราให้อารมณ์มันออกว่าเออเป็นอีสาน เป็นแบบ ซึ่งเป็น มีความยาวนานอะอย่างน้อย 2 พันปี 4 พันปีมาแล้วอะ ลวดลายที่ใช้ เราก็กลับไปใช้แบบ native หรือเป็น เป็นแบบชาวบ้านไม่ใช่แบบชาวบ้าน native เป็นเหมือนกับ เออ ศิลปะบริสุทธิ์ pure art แบบ ชนเผ่า ซึ่งแต่ก่อนนี้บ้านเราทั้งหมดเนี่ยก็อยู่กันระบบชนเผ่ามาตลอด แล้วพอนานๆเข้าด้วยความเจริญทำให้เราหลงลืมไป เราก็ ทุกๆภาคเราพยายามที่จะเสนอในแง่ของมุมทางด้านศิลปะในของแต่ละพื้นถิ่นเอามาขาย ซึ่งถ้าใครได้ติดตามตั้งแต่ภาค1 ภาค2 ภาค3 จะเห็นว่านาคเนี่ย ได้ถูกออกแบบดีไซน์ คุณสามารถเห็นได้ในอินเตอร์เน็ต แต่คุณไม่สามารถเห็นได้ในทั่วๆไป ถ้าคุณเป็นคนพื้นถิ่นอื่น คุณก็ไม่เห็นสิ่งนี้ ทีนี้หนังอะไม่ได้จำกัดว่าเป็นภาคไหน สำหรับใครที่เป็นผู้ดู แต่เราค่อยๆนำเสนอในแต่ละภาคว่า อะ ภาคนี้อีสานแบบนี้เขาก็มีนะ อีสานเหนือเขาเป็นอย่างนี้ อีสานใต้เขาเป็นอย่างนี้ อีสานที่เป็น อีสานที่เป็นเผ่ายันเขาก็เป็นแบบนี้ อีสานที่เป็นเผ่าไททรงดำ คือถ้ามันเป็นไปเรื่อยๆคุณจะไม่ได้เห็นนาคที่ไม่เหมือนกันหรอก ในแต่ละนาคในการดีไซน์ในแต่ละชุดเขาอะ เขาจะมีคอนเซปที่ใกล้เคียงกันแต่สไตล์หรือรูปแบบจะไม่เหมือนกัน อันนี้เราก็จะนำเสนอในแบบเจ้าชายที่เป็นนาคแล้วก็เป็นเจ้าชายที่เป็นเจ้าชายแบบชนเผ่า ถ้าเราคิดถึงหน้ากากเนี่ย ประเพณีหน้ากากเนี่ยไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่เดียว ไม่ได้มีแค่ด่านซ้ายที่เดียว ตั้งแต่ภาคใต้ไปจนถึงบาหลี ตั้งแต่ภาคเหนือไปจนถึงเผ่าพยูไปถึงเผ่านากาที่อินเดีย เหนือขึ้นไปที่ตอนใต้ของประเทศจีนก็ยังมีการ ไอ วัฒนธรรมการใช้หน้ากาก ซึ่งการใช้หน้ากากเนี่ยอยู่ในวัฒนธรรมพวกผี หมายถึงเวลาที่เราจะต้องสวมบทบาทเป็นผีตนใดอะ เราก็จะใส่อารมณ์เดียวกับหัวโขนซึ่งหัวโขนนี่พัฒนามาจากวัฒนธรรมหน้ากากซึ่งอยู่ในพื้นถิ่นของพวกเอเซีย ไปจนถึงเอเซียกลาง ไปจนถึงเอเซียทั้งหมด เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะแต่งให้เหมือน เราทำยังไงก็ได้อะอย่าให้เหมือนคนเพราะเขาคือผี คำว่าผีเนี่ยไม่ได้หมายถึงผีที่น่ากลัว ผีฟ้าก็คือผี ผีแถนก็คือผี คำว่าผีคือคนที่ตายแล้วไม่ได้มีกายเนื้อมนุษย์ แต่เรามารู้จักคำว่าผีอะเรารู้จักแค่ว่าผีอะคือสิ่งที่มันน่ากลัว จริงๆแล้วผีคือสิ่งที่ไม่มีชีวิตไม่มีรูปร่างแล้ว มีแต่ความเป็น เขาเรียกมีแต่กายละเอียดอะไม่มีกายหยาบ”

 

  • Easter Egg ของละภาค

พี่นาค
“ถ้ากูไม่ได้บวช ก็ไม่มีใครได้บวช” …
จากตำนานเปิดปฐมฤกษ์ เมื่อนาคไม่กลัวผี และ ผีไม่กลัวพระ

พี่นาค2
“ถ้ามึงสึก มึงตาย” …
สานต่อสู่ตำนาน ผีสวดบทชินบัญชร คาถาที่มึงสวด กูสวดมาก่อนมึงเกิด

พี่นาค3
“ไผลักของกูไป กูเอาตาย”
ส่งต่อการแก้คำสาป ของกรรมที่ทำร่วมกัน

พี่นาค4
“เกิดมาหน้าผีไม่มีใครรัก เกิดมาอัปลักษณ์ ไอ้เด็กหน้าผี”
สู่การกลับมา ตามคำสัญญา ของใครบางคน

 

  • Director’s Statement

พี่นาค
” หนังเรื่องนี้ผมเริ่มต้นไอเดียจากการที่ผมได้บวชมา ซึ่งผมเกิดความสงสัยว่าทําไมเวลาคนที่จะบวชเป็นพระได้คือต้องบวชนาคก่อน ทําไมไม่บวชพระเลย ซึ่งเวลาที่เป็นนาคแล้วก็จะรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันที จากการที่ผมได้หาข้อมูลมาซึ่งคําว่า “นาค” มาจากพญานาค เมื่อสมัยพุทธกาลพญานาคได้แปลงกายมาเป็นมนุษย์ เพื่อต้องการขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ แต่โดนจับได้ว่าไม่ใช่มนุษย์ เป็นพญานาคแปลงกายมา ซึ่งตามหลักของพุทธศาสนาแล้ว บุคคลที่จะสามารถบวชได้ต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น เมื่อพระพุทธองค์ให้นาคสึกจากการเป็นพระ นาคเสียใจเป็นอย่างมาก จนถึงกับหลั่งน้ำตาเพราะความน้อยเนื้อตํ่าใจว่าตนไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ จึงขอร้องให้หมู่ภิกษุเรียกผู้ที่จะบวชว่านาค เพื่อให้ระลึกถึงตนและชื่อของตนจะปรากฏอยู่ชั่วกาลนาน นับแต่นั้นมาก่อนจะบวชเป็นพระจึงเรียกว่า บวชนาค มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุด สําคัญที่ยังไม่มีใครเคยพูดถึงเลย ผมเลยหยิบไอเดียตรงจุดนี้มาทําเป็นภาพยนตร์ “พี่นาค” และที่ผ่านมามีหลายเคสนะที่อยากบวชพระ แต่กลับบวชไม่สําเร็จ ต้องมาจบชีวิตลงตอนเป็นนาค ซึ่งจุดนี้เองที่ผมอยากเล่าเรื่องอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนความไม่สมหวังในการบวชพระ ”

พี่นาค2
” เริ่มต้นจากภาคแรกที่ทิ้งปมปริศนาเอาไว้ท้ายเรื่อง เราจึงมาทำตอนจบเป็นภาค2 คือวัดนี้นอกจากบนวัดไหนให้บวชวัดนั้นแล้ว ยังมีอีกคำสาปคือ บวชได้แต่…ห้ามสึก ทำยังไงก็ห้ามสึก สึกแล้วต้องตาย! มันทำให้ตัวละครอย่างตัวเฟิร์สกับบอลลูนและโหน่งที่บวชอยู่นั้นมีบางอย่างที่มันจำเป็นต้องฝ่าภารกิจทุกอย่างไปให้ได้ทุกสิ่งที่จะทำในภาคสองนี้มันต้องดับเบิ้ลคูณสอง และมันต้องทำให้คนดูรู้สึกได้ ถ้าภาคที่แล้วมันมีความตลก ภาคนี้ต้องตลกแบบดับเบิ้ล มีความน่ากลัวก็ต้องมีมากกว่าภาคที่แล้ว และตัวบทในภาคสองนี้เรายิ่งเข้าใกล้พี่นาคมากกว่าภาคแรกแน่ๆ บทของตัวละครทุกตัวมันมีมิติที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก ผมเพิ่มสีสันเข้าไปในตัวละครให้มันเห็นถึงความแตกต่างและหน้าที่ที่ทุกคนต้องฝ่าฟัน ซึ่งมันทำให้ พี่นาค 2 จะมีครบรสความสนุก ผีพี่นาคภาคนี้มันต้องมีความต่างที่ชัดเจน มันต้องมีความโหดเพราะผมต้องการได้ผีที่มันเคียดแค้นขึ้นมากกว่าเดิม มันอาจดูเป็นโจทย์ที่ยากสักหน่อยแต่รับรองว่าสนุกแน่นอน เพราะผมลงรายละเอียดในคาแรคเตอร์ของพี่นาคเยอะมากไม่ปล่อยง่ายๆ ในส่วนของการเตรียมงานสร้างภาคนี้ยากกว่าภาคที่แล้วเยอะมาก เรียกว่าสุดๆ เพราะทุกโลเคชั่นที่เราเข้าไปถ่ายทำเราให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างมากมีสถานที่อันซีนแน่นอน และอย่างเวลาที่ต้องไปถ่ายในป่าช้า เราก็จะเข้าไปถ่ายในป่าช้าจริงๆ เราจะไม่มีการมาเซ็ตหลอกว่านี่คือป่าช้านะแบบนั้นเราไม่ทำ ผมเชื่ออยู่อย่างนะถ้าเราได้ถ่ายในสถานที่จริงและได้รับความรู้สึกจริงๆทุกอย่างมันจะถูกถ่ายทอดออกมาได้สมจริงกลัวต้องกลัวจริง มันน่ากลัวโดยธรรมชาติมันดีกว่าการเซ็ตอัพอยู่แล้วโลเคชั่นทุกที่ๆเราไปถ่ายผมว่าสุดนะแค่เห็นก็ขนลุกแล้ว เพราะว่าเราถ่ายหนังผีเราก็เอาของจริง-ที่จริง แต่เราไม่ได้เอาผีตัวจริงมาเข้าฉากนะ แต่ในหนังผมมีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะผมก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆเราถ่ายป่าช้าจริงๆ และไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลานต่างๆที่นำมาเข้าฉากก็ของจริง ผมว่าคนดูภาคนี้อิ่มแน่นอน ”

พี่นาค3
” ภาคนี้ผมวางโครงเรื่องไว้ให้แตกต่างจากสองภาคที่ผ่านมา แต่ยังคงความสนุกในภารกิจต่างๆ ที่จัดให้ต้องสุดกว่าสองภาคที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ที่สําคัญผมยังคงให้ความสําคัญกับทุกๆเรื่อง ผมจะลง detail ทุกอย่างเพื่อให้หนังออกมาสมบูรณ์ที่สุด ผีพี่นาคในภาคก่อนอาจจะแค่ได้ยินเสียงก็กลัวแล้ว แต่สําหรับผีพี่นาคในภาคมันคือจุดเริ่มต้นของความเคียดแค้น ที่เป็นจุดเกิดของความอาฆาต ที่ผมตั้งใจดีไซน์ให้ต่างไปจากเดิม อย่างโลเคชั่นต่างๆทุกสถานที่ที่เราไปถ่ายทําล้วนเป็นสถานที่จริงๆ ทุกอย่างที่เห็นในหนังคือของจริง แน่นอนว่าการไปถ่ายทําในสถานที่จริงย่อมมีความยากลําบากแน่ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าที่สุด ”

พี่นาค4
” ผมเริ่มต้นมาจากซีนปิดท้ายของพี่นาค3 ถ้ายังจํากันได้เราหยิบปมที่ทิ้งไว้ท้ายเรื่องมาขยายและตีความต่อในภาคใหม่นี้ ซึ่งแน่นอนว่าตัวละครของพี่นาค ในทุกๆภาคจะไม่ซํ้ากันเลย แต่ละภาคจะมีการตายที่แตกต่างกัน อย่างภาคแรกมันเกิดอุบัติเหตุตาย ภาค2ตายจากการที่เป็นโรคตาย ภาค3ตายเกิดจากอาถรรพ์ พอมาถึงภาค4นี้ ผมเลยหา gimmick ที่ไม่ซํ้าคือให้พี่นาคตายจากอะไร ต้องรอดูกันครับ ซึ่งมันจะฉีกออกไปเลยแบบคาดไม่ถึงเลย ทําให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นผมเริ่ม research ข้อมูลจากคาแรคเตอร์ของตัวพี่นาคก่อนว่าเราอยากให้มันไปในทิศทางไหน จนไปถึงจุดพีค แต่เราก็ยังไม่ทิ้งแกนหลักเดิม คือต้องมีพญานาคในทุกภาค ผมเลยให้โจทย์กับพี่เต๋าทีมเขียนบทว่า ต้องหักมุมยังไงและทํายังไงให้พญานาคยังคงสอดคล้องในเรื่อง ”

 

  • อุปสรรคในการถ่ายทำ

พี่นาค
” พี่ว่ามันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต เราจะใช้วิธีรวมตัวกัน เวลาเข้าห้องน้ำก็จะไปพร้อมกัน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจอผี หรือเจองู แต่ที่แน่ๆเราเจอยุง และด้วยความที่วัดป่าจริงมีโอกาสเจองูสูงมาก แล้วก็เดินไปตรงไหนก็หลุมศพไปหมด หลุมศพแทบทุกตารางนิ้ว ซึ่งหายากมากนะฟีลเนี้ย ป่าช้าแบบที่เราเห็นจะมีเป็นระรอกว่าว่าวันนั้นเค้าจะมารับรู้อะไรบ้าง เช่นวันไหนเราจุดธุปเราจะมีของไหว้ เค้าก็จะโหนมโหรี ฉันรู้แล้วนะ ฉันดูอยู่นะ ซึ่งเราเจอกันทุกวัด โดยเฉพาะโลเคชั่นหลักเราจะเจอหมาหอน เริ่มมโหรี เสียงหมาก็จะหอนตั้งแต่โบสถ์เก่าถึงโรงแรมเพื่อเป็นการรับรู้อะไรอย่างนี้ เวลาพวกพี่ไหว้ หรือบางครั้ง ด้วยความที่พี่เชื่อเรื่องอะไรพวกนี้อยู่แล้วพี่ก็จะสวดมนต์ทุกครั้ง สวดมนต์และแผ่เมตตาทุกครั้ง ที่นั้นจะเป็นที่ที่เราจะไปทำอะไรลึกลับไม่ได้เลยนะ ทุกตารางนิ้ว เอาง่ายๆเลยคือเราเจอหลุมศพโบกปูนเยอะมาก หรือที่ฝังกับดินที่เราไปเดินอะไรแบบนี้ พี่เชื่อว่าช่างไฟส่วนใหญ่ หรือทีมงานโปรดักชั่นทุกคน เวลาจะฉี่ก็เดินหาห้องน้ำจะไกลแค่ไหนก็ไม่มีการทำอะไรเลอะเทอะ ด้วยความที่ความอึมครึมของสถานที่ ”

พี่นาค2
” ยังคงมีปัญหาคล้ายภาคแรกคือ เรื่องบทภาพยนตร์ที่ยังตั้งใจเน้นสร้างความ ‘วายป่วง’ ให้กับตัวละคร จนทำให้เราสงสัยในการกระทำสุดโต่ง และดูจะหาเหตุผลมารองรับไม่ได้เท่าไร ว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกตัดสินใจแบบนี้ออกมารวมทั้งจุดเปลี่ยนความคิดของตัวละครในช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง ก็ดูไม่ค่อยมีเหตุผลที่มีน้ำหนักมารองรับ ทำให้เราไม่ได้อินไปกับตัวละคร เมื่อถึงฉากดราม่าที่เป็นจุดไคลแม็กซ์ที่น่าจะทำให้เราเข้าใจพวกเขามากกว่านี้ เหตุผลสำคัญคือ การพยายามเพิ่มประเด็นให้กับตัวละครอื่นๆ ทั้งโทมินจุน แก๊งเณร และเด็กวัดคาแรกเตอร์จัดทั้งหลาย ที่ความคิดน่าสนใจ แต่ด้วยความที่มีตัวละครมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถเกลี่ยบทและดึงความน่าสนใจของแต่ละคนขึ้นมาได้เท่าที่ควร ”

พี่นาค3
” เป็นเรื่องของอุปสรรคในการถ่ายทำ โลเคชั่นสวยเหมือนถ้ำพญานาคจริงๆแต่การเดินทางขึ้นไปบนเขานั้นค่อนข้างลำบากมากและในตอนกลางวันอากาศยังร้อนอีกด้วยแต่เมื่อเข้าใกล้ในตัวถ้ำแล้วเริ่มมีความรู้สึกว่ามันเย็นขึ้นจริงๆ ปกติแล้วเขาจะไม่ให้เราขึ้นไปค้างข้างบนแต่เดี๋ยวความที่เรามาเป็นกองมันจึงต้องค้างข้างบนและแอบน่ากลัวอยู่ตรงที่เราต้องนอนกันตรงที่ยื่นออกมาและข้างล่างเป็นเหวด้วย ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกันมากเนื่องจากพอตื่นเช้ามาก็ต้องแบกของกันลงไปตอนขึ้นว่ายากแล้วแต่ตอนลงนั้นยากกว่าและเสียวกว่าด้วยเนื่องจากทางเดินมีความชันมาก ”

พี่นาค4
” ผมว่ามันก็ท้าทายทุกภาคอะ พอมันขยับ Level ขึ้น ภาค1 มาภาค2 มาภาค3 เราว่ารู้สึกว่าคนที่รอดูพี่นาคเขาก็มีความคาดหวังว่าเขาจะได้รับความสนุก ได้รับความตื่นเต้น ได้รับความสยองขวัญอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการทำงานมันก็คือท้าทายเราอะ ท้าทายในสิ่งที่เราต้องทำตอบโจทย์แฟนคลับของพี่นาคที่รอดูกัน เพราะขนาดผมไปทำหุ่นพยนต์ทุกคนก็ยังมา Comment ว่าเมื่อไหร่จะเปิดพี่นาค4 เมื่อไหร่จะมีพี่นาค4 แม้แต่นักแสดงยังมาเล่าให้ฟังอย่างแปลนอย่างงี้ ไปไลฟ์สด คนก็ถามจะได้เห็นพี่แปลนในภาค4ใช่มั้ย พี่แปลนจะเป็นยังไง คือมีคน มีคนรอพอการมีคนรอก็เท่ากับว่ามีคนคาดหวังและ เมื่อมีคนคาดหวังอันนั้นแหละคือสิ่งที่เราต้องทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคาดวังอะมันได้สมกับสิ่งที่เขาต้องการแล้วก็รอคอย ซึ่งเราทำอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาได้แบบนั้น ”

 

นิทรรศการ “พี่นาค PEENAK UNIVERSE POP UP EXHIBITION”
เปิดตำนานความสยองจักรวาล “พี่นาค” ครั้งแรกในประเทศไทย
วันที่ 24 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2567
ณ M Space เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน
พร้อมรับของที่ระลึกสุด Limited Edition ภายในงานเท่านั้น
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!